นิติ  วิรัชวงศ์
    
SSEAYP รุ่น 7 (1980) 
     ประธานชุมนุมนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น www.jgsat.org
     กรรมการบริหารด้านต่างประเทศ สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น
     ในพระบรมราชูปถัมภ์  www.ojsat.or.th
     เลขาธิการสมาคม เอบีเค และ เอ โอ ทีเอส / กรรมการสมาคมส่งเสริม
     เทคโนโลยีไทย - ญี่ปุ่น

ผมเข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเซียอาคเนย์ปี 1980  เป็นเรือรุ่นที่ 7  นับว่าเป็นครั้งแรกของประสบการณ์ในต่างประเทศเป็นเวลานาน ๆ  ทั้งนี้ผมเคยมีประสบการณ์ไปต่างประเทศ  เช่น สิงคโปร์ มาเลย์เซียบ้าง แต่เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แค่วันสองวัน  ผมตื่นเต้นและกลัวพอสมควร โดยเฉพาะเด็กบ้านนอกที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยดี พูดออกเสียงแบบไทย ต่างชาติฟังไม่รู้เรื่อง แต่เรือก็ให้หลายสิ่งหลายอย่าง นับว่าเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่จะก่อให้เกิดประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ มีค่าในชิวิต  ในการทำงาน  แต่ไม่กล่าวในที่นี้ เรือนิปปอน มารู ( นิปปอน แปลว่า ญี่ปุ่น  มารู แปลว่า เรือ) ลำที่ผมมีโอกาสใช้ชีวิต ไม่ใช่ลำที่จะเกษียณอายุในเร็ว ๆ นี้ แต่เป็นลำเก่า ดูเหมือนจะขายให้อินโดนีเซียไปแล้ว  แต่ลำไหนก็เหมือนกัน ลำนี้ไฮเทคมากกว่าครับ  คำว่านิปปอน มารู ผมเอาไปใช้ในการติดต่อกับเพื่อน ๆ ชาวเรือเยาวชนโลก (SWY) ว่า พวกเรามี นิปปอนมารูสปิริต จิตใจอินเตอร์เนชั่นแนลสปิริตครับ ผมภูมิใจและบอกกับใครๆ ทุกคนอย่างนั้น  และแนะนำให้เด็กๆน้อง ๆ สมัครเข้าร่วมโครงการเรือเยาวชนเอเซียอาคเนย์ แนะนำกิจกรรมต่าง ๆ ขอบคุณครับ






 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


นายจีรวัสส์(มานพ) น้อยลา    
   
 SSEAYP' 24  (1997)

นิปปอนมารู และเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์ ชื่อนี้ทางตัวผมและครอบครัวนั้นไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแม้แต่น้อย จนปี พ.ศ. 2540 ถึงมีโอกาสได้รู้ว่าคืออะไร เมื่อก้าวแรกของการเริ่มต้นที่จะเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง เผอิญในปีนั้นได้มีโอกาสสมัครเข้าแข่งขันกับเพื่อนๆทั่วประเทศ และได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนับเป็นโอกาสที่ดีและโชคดีมากๆ ครั้งแรกที่ได้ขึ้นเรือ นิปปอนมารู นั้นช่างเหมือนกับความฝัน เพราะใครจะไปนึกว่าเด็กบ้านนอกคนหนึ่งซึ่ง จบการศึกษาเพียงแค่ กศน.เท่านั้น และสมัครมาในชื่อของตัวแทนจังหวัดที่ไม่มีใครส่ง ต้องส่งตัวเองมาแข่งขัน จะได้มีโอกาสขึ้นเรือนิปปอนมารู แต่ก็เกือบไม่ได้ขึ้นเพราะว่าไม่มีเงินในการทำกิจกรรม คือค่าชุด และค่าอุปกรณ์การจัดนิทรรศการ แต่ก็ด้วยกำลังใจจากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่ต่างคอยให้กำลังใจ คนแรกที่อยากจะขอบคุณคือพี่สาว (อรุณี นะมะมุติ) เป็นคนแรกที่ให้กำลังใจในการทำกิจกรรมกลุ่มการปรับตัวเข้ากับทุกคนว่าเราต้องทำอย่างไร จนกิจกรรมลุล่วงจนถึงวันเดินทาง นิปปอนมารู ก่อนที่จะได้มาสัมผัสนั้นผมก็นึกไม่ออกว่าคือเรืออย่างไรและเป็นอย่างไรได้แต่มีรุ่นพี่ที่เคยไปมาก่อนแล้วนั้นเล่าให้ฟังแต่พอมาสัมผัสจริงๆแล้วนั้น ยิ่งใหญ่มากและอบอุ่นมากๆ ก้าวแรกที่เดินขึ้นเรื่อที่ ประเทศสิงคโปร ก็ได้พบกับคำว่าการเป็นครอบครัว ในคืนแรกนั้นประทับใจมากๆ คือเราก็เดินสำรวจเรือไปเรื่อยๆกับเพื่อนคนไทยที่ไปด้วยกันในกลุ่ม มี เพื่อนเอ๋ เพื่อนอู๋ น้องโรจน์ และผม ก็ได้รู้จักกับเพื่อนอีกกลุ่มคือเพื่อนจากสิงคโปร มีKwang Heng ,Jennie และเพื่อนชาวญี่ปุ่น คือHira Hira , Makiko,Koichi ซึ่งเป็นรูมเมทผมเอง และอีกหลายคน เมื่อมาพบกันเราก็ไม่มีอะไรนอกจากการนำอาหารมาแลกเปลี่ยนกันทาน แต่ปรากฏว่าเป็นเวลาที่เลยกำหนดของการออกนอกห้องพัก และแล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดปรากฎว่าตามทางเดินนั้นมีแสงไฟส่องมาพร้อมกับมีคนเดินมาประมาณ 2 – 3 คน พวกเราทั้งหมดประมาณ 20 กว่าคนก็ต้องช่วยกันเก็บข้าวของที่แลกกันกินวิ่งกันแบบไม่คิดชีวิตเพื่อหนีผู้ตรวจเวรประจำเรือให้เร็วที่สุด เผอิญโชคดีเพื่อที่ไปด้วยกันพักห้องใกล้ๆเราจึงเข้าไปอัดกันในห้องเล็กๆนั้นเพื่อหลบผู้ตรวจเวรเพราะว่ากลัวความผิด ตอนนั้นทุกคนกลัวมากเพราะว่าเป็นวันแรกและคืนแรก ในใจผมคิดว่าถ้าโดนจับได้ต้องโดนส่งตัวกลับแน่ๆ จะทำไงดี เงินค่าตั๋วเครื่องบินก็ไม่มีคิดไปต่างๆนาๆ หลายๆคนก็คงกลัวเหมือนกัน เพราะว่าในห้องนั้นได้ยินแต่เสียงลมหายใจของแต่ละคนเหมือนการสะกดไว้ไม่ให้มีเสียงดังจนเวลาผ่านไป ผู้ตรวจเวรก็เดินผ่านไป เราทั้งหมดก็โล่งใจไปตามๆกัน และนี่ก็เป็นจุดแรกที่ก้าวสู่การเป็นเพื่อนสนิทกัน จนถึงปัจจุบันนี้ สมกับที่ว่า โครงการได้สิ้นสุดแต่ความสัมพันธ์ของเราเพิ่งเริ่มขึ้น


  This space is for you!!!

 

To be Continued