นายจีรวัสส์(มานพ) น้อยลา
SSEAYP'
24 (1997)
“นิปปอนมารู”
และเรือเยาวชนเอเชียอาคเนย์
ชื่อนี้ทางตัวผมและครอบครัวนั้นไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยแม้แต่น้อย
จนปี พ.ศ.
2540
ถึงมีโอกาสได้รู้ว่าคืออะไร
เมื่อก้าวแรกของการเริ่มต้นที่จะเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง
เผอิญในปีนั้นได้มีโอกาสสมัครเข้าแข่งขันกับเพื่อนๆทั่วประเทศ
และได้มีโอกาสได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการนับเป็นโอกาสที่ดีและโชคดีมากๆ
ครั้งแรกที่ได้ขึ้นเรือ นิปปอนมารู
นั้นช่างเหมือนกับความฝัน
เพราะใครจะไปนึกว่าเด็กบ้านนอกคนหนึ่งซึ่ง
จบการศึกษาเพียงแค่ กศน.เท่านั้น
และสมัครมาในชื่อของตัวแทนจังหวัดที่ไม่มีใครส่ง
ต้องส่งตัวเองมาแข่งขัน
จะได้มีโอกาสขึ้นเรือนิปปอนมารู
แต่ก็เกือบไม่ได้ขึ้นเพราะว่าไม่มีเงินในการทำกิจกรรม
คือค่าชุด และค่าอุปกรณ์การจัดนิทรรศการ
แต่ก็ด้วยกำลังใจจากพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ
ที่ต่างคอยให้กำลังใจ
คนแรกที่อยากจะขอบคุณคือพี่สาว (อรุณี
นะมะมุติ)
เป็นคนแรกที่ให้กำลังใจในการทำกิจกรรมกลุ่มการปรับตัวเข้ากับทุกคนว่าเราต้องทำอย่างไร
จนกิจกรรมลุล่วงจนถึงวันเดินทาง นิปปอนมารู
ก่อนที่จะได้มาสัมผัสนั้นผมก็นึกไม่ออกว่าคือเรืออย่างไรและเป็นอย่างไรได้แต่มีรุ่นพี่ที่เคยไปมาก่อนแล้วนั้นเล่าให้ฟังแต่พอมาสัมผัสจริงๆแล้วนั้น
ยิ่งใหญ่มากและอบอุ่นมากๆ
ก้าวแรกที่เดินขึ้นเรื่อที่ ประเทศสิงคโปร
ก็ได้พบกับคำว่าการเป็นครอบครัว
ในคืนแรกนั้นประทับใจมากๆ
คือเราก็เดินสำรวจเรือไปเรื่อยๆกับเพื่อนคนไทยที่ไปด้วยกันในกลุ่ม
มี เพื่อนเอ๋ เพื่อนอู๋ น้องโรจน์ และผม
ก็ได้รู้จักกับเพื่อนอีกกลุ่มคือเพื่อนจากสิงคโปร
มีKwang
Heng ,Jennie
และเพื่อนชาวญี่ปุ่น คือHira
Hira , Makiko,Koichi
ซึ่งเป็นรูมเมทผมเอง
และอีกหลายคน
เมื่อมาพบกันเราก็ไม่มีอะไรนอกจากการนำอาหารมาแลกเปลี่ยนกันทาน
แต่ปรากฏว่าเป็นเวลาที่เลยกำหนดของการออกนอกห้องพัก
และแล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดปรากฎว่าตามทางเดินนั้นมีแสงไฟส่องมาพร้อมกับมีคนเดินมาประมาณ
2 – 3
คน พวกเราทั้งหมดประมาณ
20
กว่าคนก็ต้องช่วยกันเก็บข้าวของที่แลกกันกินวิ่งกันแบบไม่คิดชีวิตเพื่อหนีผู้ตรวจเวรประจำเรือให้เร็วที่สุด
เผอิญโชคดีเพื่อที่ไปด้วยกันพักห้องใกล้ๆเราจึงเข้าไปอัดกันในห้องเล็กๆนั้นเพื่อหลบผู้ตรวจเวรเพราะว่ากลัวความผิด
ตอนนั้นทุกคนกลัวมากเพราะว่าเป็นวันแรกและคืนแรก
ในใจผมคิดว่าถ้าโดนจับได้ต้องโดนส่งตัวกลับแน่ๆ
จะทำไงดี
เงินค่าตั๋วเครื่องบินก็ไม่มีคิดไปต่างๆนาๆ
หลายๆคนก็คงกลัวเหมือนกัน
เพราะว่าในห้องนั้นได้ยินแต่เสียงลมหายใจของแต่ละคนเหมือนการสะกดไว้ไม่ให้มีเสียงดังจนเวลาผ่านไป
ผู้ตรวจเวรก็เดินผ่านไป
เราทั้งหมดก็โล่งใจไปตามๆกัน
และนี่ก็เป็นจุดแรกที่ก้าวสู่การเป็นเพื่อนสนิทกัน
จนถึงปัจจุบันนี้ สมกับที่ว่า
โครงการได้สิ้นสุดแต่ความสัมพันธ์ของเราเพิ่งเริ่มขึ้น
|